จุดเทียนมหาเวทย์ล้านนา บูชาเทวดาประจำตัว ชีวิตจะพบแต่เรื่องดีดั่งอัศจรรย์ !!!

คนบางคน..อยู่ในช่วงกรรมวิบากไล่ล่าตามทัน ก็จะพบว่าตนเองประสบแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ พบเคราะห์ ประสบกรรมที่หนักและรุนแรง แต่หลายๆ ครั้งที่ดูเหมือนจะไม่รอดแน่ๆ แต่ทำไมถึงรอด และผ่านเคราะห์กรรมนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด ท่านเคยสงสัยในเรื่องนี้หรือไม่?

หลายคนคิดว่า..เป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทวดาประจำตัวคอยช่วยเหลือ หรือแม้แต่ช่วงที่มีความสุข ก็มักคิดว่า..เป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลมาให้

#เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะทุกคนนั้นมีเทวดาประจำตัว

แต่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะเรื่องดีดีที่เกิดขึ้น หรือเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เหตุเกิดจากกรรม หาใช่อำนาจจากเทวดาแต่ประการใด เทวดาประจำตัวท่านมีอิทธิอำนาจศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้อง ส่งเสียงกระซิบดลใจให้ท่านเลือกทางที่ถูกต้อง แต่เมื่อกรรมบังตา จิตท่านก็มืดบอด เปิดรับเสียงเตือนบอกทางถูกต้องไม่ได้ จึงถลำพลาดไปในทางต่ำ ทางผิด ทางพลาด

เทวดาท่านจะช่วยในการดลใจให้ทำดีหรือไม่ให้ทำความชั่ว คอยส่งกระแสจิตอวยพรให้เราพบกับสิ่งที่ดีดีในชีวิต คนไทยเรียกเทวดาประจำตัว ฝรั่งเขาเรียก Guardian กลุ่มนิวเอจ เรียก Higher self คือตัวตนที่สูงกว่า ก็คือตัวเราเองในมิติที่สูงกว่ามิติที่สาม ที่ไม่มีช่องว่าง ระยะทาง และกาลเวลา  เขาจะคอยคุ้มครองเราอยู่เสมอด้วยความรักและเมตตา เขาสื่อสารกับเราอยู่เสมอ เพียงแต่..เราไม่เคยจดจ่อกลับเข้ามาที่จิตภายใน เราจึงไม่เคยได้ยินเขา

ภพภูมิของเทวดานั้นไม่มีกายหยาบ มีเพียงกระแสจิตอันละเอียด สั่นสะเทือนบนคลื่นความถี่สูงมาก จะเกิดการสื่อสารเชื่อมโยงกันได้เมื่อจิตเราละเอียด และสั่นสะเทือนอยู่บนสนามพลังงานที่มีคลื่นความถี่สูงในระดับเดียวกัน

ครูบาอาจารย์ท่านจึงสร้างอักขระ มนตรา คาถา ให้เราสวดสาธยายให้กายนิ่ง จิตสงบ คือการย้ายสนามพลังงานจากหยาบไปสู่ละเอียด เปลี่ยนภพภูมิจากต่ำขึ้นไปสู่ภพภูมิสูง การจุดเทียนมหาเวทย์ก็คือการปรับสนามพลังงาน ทั้งรอบตัวเรา และภายในกาย-จิตเรา เมื่อจิตเราเป็นหนึ่งเดียวกับคลื่นพลังงานศักดิ์สิทธิ์และแรงครูบาอาจารย์ เมื่อนั้น..คลื่นความคิด คลื่นพลังจิต คลื่นมโนภาพที่เราอธิษฐานก็จะเกิดเป็นสนามพลังงานอันเข้มข้น อันจะนำไปสู่ การปรากฏของภาพความจริงตามจิตอธิษฐาน คือความสำเร็จสมปรารถนาได้จริงนั่นเอง

เทียนบูชา ที่พระอาจารย์จุดให้ทุกฤกษ์อมาวสี และปูรณมี ก็คือการพึ่งอำนาจญาณ พลังจิต บุญฤทธิ์แห่งครูบาอาจารย์ และอิทธิอำนาจแห่งพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง เคลื่อนย้ายสนามพลังงานของเจ้าชะตาเทียนให้สูงขึ้น ด้วยแรงเหนี่ยวนำแห่งแม่ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ แห่งเทียนบูชา และมวลอักขระมหายันต์ที่ลงฤทธิ์ บรรจุคาถาปลุกเสกทุกอักขระ จุดบูชาเบื้องหน้าพระธาตุทองคำ อันเป็นการส่งสนามพลังขึ้นสู่มิติสูงตามภูมิปัญญาธรรมโบราณ

ด้วยเหตุนี้..บุคคลใดที่หมั่นจุดบูชาเทียนมหาเวทย์สม่ำเสมอ เขาจึงพบแต่สิ่งดีดี แม้เจออุปสรรคปัญหาก็ผ่านไปได้ด้วยอำนาจแห่งพลังตามที่เล่ามานี่เอง

 

 

ว่าด้วยเรื่องพลังสถิตย์.. เรื่องใกล้ตัวที่มีจริง เมื่อรู้สึกได้ สัมผัสได้ ก็จะเห็นได้ ปรากฎได้

สสารย่อมมีการสูญสลาย นอกจากพลังงานเท่านั้นที่จะไม่สูญหาย เพราะพลังงานเกิดขึ้นจากสสารที่หายไป เป็นข้อพิสูจน์ทางสูตรคณิตศาสตร์ E=mc2 ของอัลเบิรต์ ไอน์สไตน์ ผู้ค้นพบทฤษฎีไฟโตอิเล็กตริกและทฤษฎีสัมพัทธภาพ แต่ในโลกของเวทมนต์มายาการ บันทึกทฤษฎีนี้ไว้มานานนับหมื่นปีแล้ว..

พลังงาน ในโลกของเวทย์มนต์มายาการนั้นไม่เคยสูญหายไปไหน แต่จะสถิตย์ ดำรง อยู่ในสสาร หรือแผ่สร้านคลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปในกาลอากาศ ไปยึดโยงกับคลื่นพลังงานที่มีความถี่หยาบ-ละเอียดในระดับเดียวกัน หรือสสารที่คลื่นความถี่ต่างกัน แต่มาอยู่ใกล้กัน คลื่นที่แรงกว่าจะดึงดูดยึดโยงเอาคลื่นที่กำลังอ่อนกว่าค่อยๆ หลอมรวมเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกัน

ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้คิดภาพออก ระลึกถึงความรู้สึกได้ว่า..

เคยไหม? ยามที่มีความทุกข์ใจ โศกเศร้า เผชิญกับปัญหาชีวิตสารพัดรุมเร้าเข้ามา จนคลื่นสมองว้าวุ่น อัดแน่นไปแต่คำว่าปัญหา จนไม่เหลือพื้นที่ให้สติปัญญาดำรงอยู่ได้ แล้วจิตก็พลันคิดอยากจะไปไหว้พระเสริมพลัง ภาวนา ขอพร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ แค่เราก้าวพ้นธรณีวิหารคลื่นพลังงานเราก็จะสงบลงอย่างไม่ต้องบังคับ เพียงเรานั่งอย่างสงบเงียบ เบื้องหน้าองค์พระพุทธ พลังงานของเราก็จะผ่อนคลายและนิ่งสงบ เพราะพลังงานที่สถิตย์ในวิหาร ในองค์พระพุทธรูป เป็นคลื่นพลังงานที่ละเอียด ทั้งแรงมหาศรัทธาแห่งการให้ของผู้สร้าง ทั้งเสียงธรรมบรรยาย เสียงสวดสาธยายมนต์ ที่พระสังฆเจ้าท่านปฎิบัติภาวนามาทุกมื้อวันที่สะสมกำลังมานานเนิ่นนาน พลังงานแห่งสมาธิอันสงบ พลังงานแห่งการให้พร และอธิษฐานขอพร ทั้งขอให้ตนเอง และผู้อื่น จะเห็นว่า…ล้วนเป็นพลังงานที่ละเอียด เมื่อสถานที่ไหนมีการสะสม ตกค้างของพลังงานละเอียดมากๆ  รูปธรรม จิตญาณชั้นสูง ที่มีคลื่นละเอียดก็จะมาสถิตย์อยู่ในสภาวะนั้น แม้เราจะเป็นก้อนกองพลังงานแห่งทุกข์เป็นคลื่นพลังงานต่ำอย่างไรก็ตาม เมื่อได้ย่างเหยียบพ้นธรณีวิหารเข้าไป พลังงานของเราจะถูกพลังงานชั้นสูงที่มีความเข้มข้นมากกว่าแผ่สร้านคลื่นพลังงานมารายล้อมและหลอมรวมเข้ากับพลังงานของเรา เป็นการยกระดับคลื่นพลังงานของเราแบบลัด!! และอย่างฉับพลัน!! ทำให้เรารู้สึกสงบได้เมื่ออยู่ในสถานที่นั้นๆ แม้เรากำหนดจิตให้เป็นสมาธิก็จะเชื่อมต่อกับรูปธรรมชั้นสูง หรือเทพเทวดา องค์คุรุได้ง่าย หมายถึง..คำอธิษฐานขอพรของเราก็จะสำเร็จได้ง่ายด้วย ซึ่งล้วนเป็นความหมายเดียวกันกับเครื่องรางวัตถุมงคลที่พุทธคุณสูง 

หากอยากจะลองไปทดสอบดู ก็แนะนำให้ไปกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในวิหาร ไปเช้าๆหน่อย ช่วงเวลาที่ประตูวิหารเพิ่งเปิด เพื่อจะได้สัมผัสพลังงานอันบริสุทธิ์สงบ ยังไม่มีพลังงานจากบุคคลอื่นๆเข้ามาปะปนมากเกินไป เราก็จะรู้สึกถึงความสงบอย่างลึกซึ้งของพลังงานที่แผ่สร้านรายล้อมกาย – จิตของเรา เป็นการชาร์จพลังชีวิตที่ดีมาก  

หรือหากใครเคยไปกราบพระเกจิอาจารย์ที่ท่านมีเมตตาธรรมญานสูงๆ เพียงนั่งห่างๆ กระแสพลังงานอันสงบ ละเอียดของท่านก็จะแผ่สร้านมาถึงเราจนรู้สึกได้ถึงความปิติ สงบสุข

บางสถานที่..ที่มีพลังงานสมาธิภาวนาตกค้างอยู่มาก หากเราไปภาวนาทำสมาธิที่สถานที่นั้น เราก็จะรู้สึกว่าสงบง่าย ดำรงอยู่ในสมาธิได้นานและง่ายๆ กว่าปรกติ

นี่คือโลกของพลังงาน หากเราต้องการเป็นคนโชคดี เราต้องพาตัวเองเข้าไปหาคลื่นพลังงานแห่งความโชคดี ความสุข สงบ หากเราต้องการเป็นที่รักต้องการความรัก เราต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพลังงานที่สดชื่น สวยงาม เบิกบาน มีความสุข หากเราต้องการมั่งคั่งร่ำรวยก็เช่นกัน .. เราต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในคลื่นพลังงานของความสุข สงบ ปิติ เบิกบาน เพราะทั้งหมดที่ว่ามา ล้วนเป็นคลื่นพลังงานเดียวกัน !!!

เมื่อท่านอาราธนาบูชาวัตถุมงคลอันศักดิ์ไว้ พลังงานนั้น แรงครูนั้นก็ย่อมสถิตย์แก่ท่าน การหมั่นสาธยายคาถาปลุกฤทธิ์ทั้งเครื่องรางและเสริมพลังจิตของตนเอง อีกทั้งยังเป็นการอัญเชิญแรงครูมาประสิทธิเมแก่วัตถุมงคลและกาย-จิตท่าน  อำนาจของเครื่องรางวัตถุมงคลนั้นก็จะยิ่งแผ่รังสีแสงแห่งอำนาจอย่างเด่นชัดและเข้มข้นขึ้น จนถึงขั้นเปลี่ยนพลังงานแห่งคำอธิษฐานให้ปรากฎขึ้นในโลกกายภาพ ยิ่งมีความเชื่อมั่น และศรัทธามีกำลังมากเท่าไหร่ แรงแห่งพลังงานก็จะยิ่งเข้มข้นเชื่อมโยงหลอมรวมจิตเราให้เป็นหนึ่งกับพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ได้แรงเท่านั้น

 

 

เคล็ดวิธีแก้ดวงตกแบบได้ผลทันตา !!

ช่วงเวลาแห่งการเร่งโชค เร่งลาภ
ขยายโชค ขยายลาภ
ดับเคราะห์ทั้งปวง

– ฤกษ์มหาศุภโชค –
พฤหัสเพ็ญปูรณมี
๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒
วันพุธ ๑๐ ค่ำ เดือน๗ ปีกุน

ดาวพฤหัสเพ็ญในราศีพิจิก มีดาวพุธร่วมอาทิตย์เล็งพฤหัสจร
ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ใหญ่ขนาดที่ว่า…หากดาวพฤหัสมีมวลมากกว่านี้อีกสัก 60-70 เท่า ก็อาจจะเพียงพอที่จะเกิดปฏิกริยานิวเครียร์จนกลายเป็นดาวฤกษ์ได้ ดาวพฤหัสบดีเป็นวัตถุที่สว่างที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในท้องฟ้า (รองจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดีหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วสูงที่สุด เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ ร่องรอยที่เด่นชัดที่สุดบนดาวพฤหัสบดี คือ จุดแดงใหญ่ ซึ่งเป็นพายุหมุนที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก

ทางโหราศาสตร์ ถือว่าพระพฤหัสคือปัญญาบริสุทธิ์เป็นประธานของฝ่ายศุภเคราะห์ ดาวพฤหัสบดีเป็น ดาวธาตุดิน (ดินแข็ง เพราะดาวพฤหัสบดี เป็นเกษตร ราศีธนู ธาตุไฟ เรือนศุภะของโลก) มีกำลัง ๑๙ ตามทักษาเป็นศุภเคราะห์

เมื่อดาวพฤหัสบดีเด่นและถึงลัคน์ จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ต่าง ๆ คำโบราณว่า “ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ”

ดาวเคราะห์ใดที่เข้าอยู่ในเขตจุดเพ็ญ  ถือว่าดาวเคราะห์นั้นมีกำลังแรงกล้า เมื่อดาวพฤหัสโคจรมาเล็งดาวอาทิตย์ มีระยะเชิงมุม ๑๘๐ องศา  ถือว่าดาวนั้น ๆ ได้ตำแหน่งปูรณมีคือจุดเพ็ญ ดาวพฤหัสบดีมีความหมายทางธรรมชาติ เกี่ยวกับความมั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัตินาๆ ประการ ให้คุณทางด้านฐานะ การเงิน การคลัง การเศรษฐกิจ การลงทุน ขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนา การติดต่อด้วยสังคมธรรม สังคมสงเคราะห์ หน้าที่พลเมือง การบำเพ็ญทาน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ มีอุดมคติ และทัศนะวิสัยงาม ใฝ่ฝันทะเยอทะยานในการสร้างฐานะ ความก้าวหน้า เป็นสัญลักษณ์ของโชควาสนา ความเมตตากรุณา ภูมิธรรม ความสำเร็จ อำนาจเกียรติภูมิ อิทธิพลไปในทางคุณงามความดี ความโชคดีนานัปประการ

เมื่อพฤหัส ราชาแห่งดาวเคราะห์เข้าสู่จุดเพ็ญ กำลังแห่งดาวพฤหัสก็จะแรงกล้า สุกสว่างและมีพลังอำนาจแห่งการดึงดูดมหาศาลตามมวลแห่งดาวพฤหัส หนุนด้วยแรงแห่งดาวอาทิตย์ จึงนับเป็นกาลฤกษ์แห่งการสร้างคุณ ความดี บูชาดาวพฤหัสเพื่อรับสรรพพลังแห่งศุภมงคลทั้งหลายเข้าสู่ตัว

ดาวพฤหัส ดาวศุภเคราะห์แห่งความดี ความสุข ความโชคดี มีกำลัง 19

เชิญชวนทุกท่านเสริมดวง แก้เคราะห์ สะเดาะกรรม ด้วยการทำคุณงามความดี รักษาใจให้อยู่ในคลื่นแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คือสุข สงบ คิดดีดี ทำดี อยู่ดี กินอร่อย นอนหลับ ไม่คิดเรื่องลบเรื่องร้าย หมกมุ่นวุ่นวายเพ่งใจอยู่กับเรื่องดีดี เช่น สวดมนต์ ทำสมาธิ ฟังอ่านแต่สิ่งดีงาม ทำบุญ ทำดี ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ตลอด 19 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ถึง วันที่ 27 ((เริ่ม 9 สำเร็จ9 )) มิถุนายน 2562

ติดต่อบูชา

LINE : @namotasa

เคล็ดวิธีแก้ดวงตกแบบได้ผลทันตา !! ในกาลฤกษ์แห่งพฤหัสเพ็ญ

กราบนมัสการขอพรต่อพระประธานปางสมาธิ พระประจำวันพฤหัส
ถ้าที่บ้านมี กราบบูชาที่บ้าน
ถ้าที่บ้านไม่มี ไปวัดที่ท่านศรัทธา
หากอยู่ในกรุงเทพแนะนำให้ไปกราบขอพรพระประธานยิ้มรับฟ้า ที่วัดระฆังโฆษิตวรวิหาร ท่านได้รับการยกย่องว่างดงามมาก และทุกพื้นธรณีวัดระฆังนี้ มีรูปธรรมชั้นสูง ทวยเทพวดาศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่มาก ตั้งจิตกำหนดใจไปปฎิบัติให้ดีดี สิ่งดีย่อมปกปักรักษาคุ้มครอง

ให้อธิษฐานจิตว่าจะสร้างความดี ความสงบ บูชาพระพุทธเจ้า และบูชาพระพฤหัส 19 วันตามกำลังแห่งฤาษี 19 ตนของกำลังพระพฤหัส เพื่อเป็นศุภมงคลแก่ชีวิตให้ได้รับผลดีผลเลิศนานัปประการ จะขอละเว้นการเบียดเบียนทุกสรรพสิ่งทั้งกาย วาจา ใจ ตลอด 19 วันนี้ ด้วยการละเว้นซึ่งเนื้อสัตว์ ไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำ ไม่พิมพ์ ในสิ่งลบๆ สิ่งร้ายๆ สิ่งอันไร้สาระ ไม่เป็นความจริง ไม่เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและผู้อื่นตลอด 19 วันนี้

และให้ท่านไปปล่อยปลาหน้าเขียง 19 ตัว เลือกเป็นปลาดุก ปลาช่อน หรือปลาหมอ บอกแม่ค้าด้วยว่าจะซื้อไปปล่อย เขาจะได้ไม่เอาที่ตัดครีบแล้วมาให้ วันที่ไปซื้อปลา ไปปล่อยปลา ให้รักษาใจให้สุขสงบ สบาย มีความสุข นำไปปล่อยแม่น้ำใหญ่ กว้างๆ มีทางออก มีอิสระ เป็นขุมทรัพย์ใหญ่ๆ ปล่อยปลาไปแล้วบอกเขาว่า ขอให้อยู่ดี มีความสุข เป็นอิสระจากพันธการทั้งปวง พบสิ่งอันดี สิ่งอันชอบ พบสวรรค์ที่ปรารถนา

ตลอด 19 วัน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562 ให้ท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ( เกิน 45 นาที ) ทุกคืน เวลาที่ดีที่สุดคือ ห้าทุ่ม และตีสาม เพราะเป็นช่วงเวลาจักรวาลเปิด เวลานอนให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ ตลอด 19 วันนี้ จงให้ความสำคัญกับเวลานอนเป็นพิเศษ ที่นอนดูแลให้หอมๆ สะอาดๆ สวดมนต์ ให้เป็นเวลา นั่งสมาธิให้เป็นเวลา นอนให้เป็นเวลา คำว่า “เป็นเวลา” คือตรงเวลา และเมื่อท่านล้มตัวนอนลงไปแล้ว…จงคิด จงฝัน จงจิตนาการ จงอธิษฐานเป็นภาพ เรียกว่ามโนมยิทธิจิตตานุภาพ ถึงสิ่งที่ท่านปรารถนาอย่างแรงกล้า สิ่งที่ท่านต้องการมาก ต้องการจริงๆ แล้วสั่งจิตตนเองด้วยว่า..จงฝันและจำให้ได้…  ทำเช่นนี้ตลอด 19 คืน .. หลังจากนั้นปาฏิหาริย์ที่ทุกท่านจะได้รับเป็นอย่างไร ขอให้นำมาเล่าให้หมิงฟังด้วย

ตลอด 19 วันนี้ จงปิดรับทุกสัญญาณร้าย พลังลบ
เพราะท่านต้องรู้ไว้ด้วยว่า…
อำนาจแห่งดาว มีดี มีเสีย
ไม่มีดาวใด มีแต่มุมดี
ไม่มีดาวใด มีแต่มุมเสีย
ดาวพฤหัสนั้นเป็นดาวใหญ่ อำนาจมาก มวลแห่งการดึงดูดมาก

หากท่านทำสิ่งร้าย สิ่งลบ คิดร้าย คิดลบ พูดร้าย พูดลบ .. สิ่งเหล่านั้นก็จะวิ่งเข้าหาท่านในระดับของ
“แรงทวี” คือแรงมาก เร็วมาก ท่านพึงรักษากาย วาจา ใจ ของท่านเอาไว้ให้จงดี  

หากท่านเร่งคิดดี พูดดี ทำดี สิ่งดี โชคดี ก็จะวิ่งเข้าหาหาท่านอย่างรุนแรง และ รวดเร็วในระดับทวีเช่นกัน

19 วันแห่งราชาฤกษ์พฤหัสเพ็ญ หนึ่งปีเวียนมา 1 ครั้งเท่านั้น เชื่อหรือไม่ก็ขอให้ทำ เพราะทำแล้วมีแต่ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย คุณคือสิ่งที่คุณเชื่อ เชื่ออะไรได้อย่างนั้น จงเลือกเชื่อเฉพาะสิ่งที่ส่งเสริมความดี ความสุข ความสำเร็จ และสนับสนุนตัวเลขในบัญชีของคุณให้เพิ่ม !!

ทำไมต้องวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. ถึง วันพฤหัสบดีที่ 27 มิ.ย.
เป็นเคล็ดพฤหัสเพ็ญอาทิตย์ก้าวหน้า พระเกตุหนุนหลัง
ด้วยกาลฤกษ์นี้ อาทิตย์เล็งพฤหัสเพ็ญ จึงเริ่มฤกษ์กาลด้วยวันอาทิตย์ที่ 9 เดินดาวไป 19 วัน สำเร็จที่วันพฤหัสบดีที่ 27 (( ผลรวม = 9 )) พอดีครบ 19 วันตามกำลังพระพฤหัส

และที่วิเศษ มหาวิเศษอย่างยอดยิ่งเสริมอยู่ด้านในฤกษ์คือในช่วง 19 วันนี้ ปรากฎวันพระ 3 ครั้ง ตรงกับวันจันทร์ทั้งสองวัน คือวันที่ 10 และ วันที่ 17 (( วันที่ 17 เป็นคืนเพ็ญปูรณมี วันจันทร์ซ้อนจันทร์ )) และวันที่ 25 มิ.ย. 2562

เสริมดวงด้วยบุญงามความดี 19 วันบูชาพระพฤหัสครั้งนี้
การันตีว่า..ชะตาชีวิตจะดีขึ้นอย่างทันตาทันใจ

ติดต่อบูชา

LINE : @namotasa

A title

Image Box text

A title

Image Box text

A title

Image Box text

“คนที่มีระดับพลังงานเดียวกัน จะถูกดึงดูดเข้ามาหากัน”

 เคยสงสัยไหมว่า…
ทำไมในชีวิตประจำวัน เราต้องมาพบ มาทำงานร่วมกับคนคนนี้ ซึ่งอาจเป็นเจ้านาย ลูกน้อง แฟน คู่แค้น เพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตาม ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ นั่นก็เพราะเรายังมี “กายใน” ที่เป็นพลังงานสั่นสะเทือนอยู่ในระดับเดียวกับเขา

“คนที่มีระดับพลังงานเดียวกัน จะถูกดึงดูดเข้ามาหากัน”

เหมือนนกที่มีสายพันธุ์เดียวกัน ก็จะอยู่ในฝูงเดียวกัน บินไปไหนพวกมันก็ไปด้วยกัน บินกันไปเป็นฝูง เราจะไม่เคยเห็นอีกาบินร่วมไปกับหงส์ หรืออีแร้งบินไปกับนกอินทรี นั่นเพราะนกชนิดเดียวกัน มันจะอยู่ในฝูงเดียวกันเท่านั้น

ฉะนั้น ตราบใดที่พลังงานในตัวเรายังไม่เปลี่ยนระดับความถี่ที่สั่นสะเทือน เราก็จะต้องพบเจอบุคคลเหล่านี้อยู่ร่ำไป และวิธีการสลัดตนให้หลุดพ้นจากคนที่เราไม่ชอบนั้น ไม่ใช่การนินทา และก็ไม่ใช่การพยายามเปลี่ยนคนอื่น แต่เราจะต้องเปลี่ยนตัวเองจากภายในคือ “ระดับพลังงาน” ต้องยกมันให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นไป เหนือกว่าพลังงานของคนที่เราไม่ชอบ โดยเริ่มต้นจากความอยากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

( โดย ทาสโพธิญาณ )

เมื่อระดับพลังงานสูงพอ เราก็จะไม่มีทางพบเจอคนเหล่านั้นอีกเลย แต่จะเปลี่ยนไปเจอคนที่มีระดับพลังงานเดียวกันกับเรา ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ นักจิตวิทยาสมัยใหม่บอกว่า เกิดขึ้นเพราะ
“พลังจิตใต้สำนึก” ปลดปล่อยพลังงานสั่นสะเทือนออกไปโดยอัตโนมัติอยู่ตลอดเวลา
แบบที่เราเองก็ไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากอยากเปลี่ยนโลก ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน โดยเริ่มต้นจาก “ความอยาก” “ความรู้” และ “ความรู้สึก” แล้วโลกรอบข้างเราก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สมดังคำสอนเปลี่ยนโลกที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

“การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”

ทาน บอกระดับความมีใจโอบอ้อมอารี
ศีล บอกพฤติกรรม กิริยาท่าทางที่แสดงออก
สมาธิ บอกระดับความสุขสงบเย็น
ปัญญา บอกระดับความรู้ ความเข้าใจต่อโลก และสรรพสิ่ง

ขอย้ำอีกสักครั้ง “คนที่เสมอกัน จะถูกดึงดูดเข้ามาอยู่ใกล้กัน” ตามระดับคุณธรรมที่เป็นพลังงานสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา

“เทียนโสฬสมหามงคล”
ยันต์เทียนลูกนี้ พระอาจารย์กฤษฎา
ปริวรรตเรียกสูตรผูกพระยันต์ขึ้นมาจาก
ยันต์โสฬสมหามงคล
มหายันต์อันเป็นที่สุด
แห่งพระยันต์อันมีคุณวิเศษมาแต่โบราณกาล
ผูกพระยันต์ปริวรรตเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดฤทธิ์ ทรงอานุภาพยิ่งขึ้น
ด้วยพุทธานุภาพแห่งอักขระธรรมล้านนาอันศักดิ์สิทธิ์

พระอาจารย์กฤษฏา ขันติโก

ยันต์โสฬสมหามงคลเป็นพระยันต์ชั้นสูง คือยันต์มหาวิเศษ

อัญเชิญพระพุทธคุณแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16 ประการ จำลอง 16 ชั้นพรหมโลกซึ่งถือกันว่าเป็นที่มีสุขอย่างยอดยิ่ง มาลงบนตัวยันต์ ด้วยสูตรโสฬสมงคล ตรีนิสิงเห ยันต์จตุโรบังเกิดทรัพย์ ยันต์พระเจ้า๕พระองค์ ยันต์พุทโธ ยันต์องค์พระ ยันต์ปิโย ยันต์บารมี๓๐ทัศ ยันต์มะอะอุ ยันต์พระพุทธคุณถอยหลัง ไตรสรณะคมน์ถอยหลัง ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ ยันต์นะล้อม ยันต์นะอุด ยันต์องค์พระ ยันต์ไม้เท้า ยันต์มงคลจักรวาลน้อย ยันต์อิสวาสุ ยันต์ธาตุสูตรจตุราวุธ อันประกอบด้วย อาวุธอาฬะวะกะยักษ์ มีบ่วงเป็นอาวุธ อาวุธยะมะราชา มีนัยน์ตาเป็นอาวุธ อาวุธพระอินทร์ มีสายฟ้าเป็นอาวุธ อาวุธท้าวเวสสุวัณ มีคทาเป็นอาวุธยันต์แปดทิศ ประทับอักขระ นะ มะ พะ ทะ เรียกสูตรดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งสี่ ครบสูตรตามคำภีร์มหาโสฬสมงคล ปลุกเสกรวมเลขอักขระยันต์ทั้งหมดให้มีอานุภาพเป็นไปดั่งประสงค์

ยันต์โสฬสมหามงคลเป็นพระยันต์ชั้นสูง คือยันต์มหาวิเศษ

..ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ..
นอกจากจะเป็นหลักเมืองประจำจังหวัดแล้ว ยังนับว่าเป็นหลักเมืองของประเทศอีกด้วย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธียกเสาหลักเมือง

ตามโบราณราชประเพณีเพื่อเป็นนิมิตหมายหลักชัยสำคัญ ประจำพระมหานครราชธานี ณ วันอาทิตย์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ ปี ขาล จุลศักราช ๑๑๔๔ ฤกษ์เวลาย่ำรุ่งแล้ว ๕๔ นาที (เวลา ๐๖.๕๔ นาฬิกา ) ตรงกับสุรทิน ที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕ ได้ดวงชะตาของเมืองลงในแผ่นทองคำ ดังนี้ ลัคนาสถิตราศีเมษ กุมอาทิตย์ เกตุอังคารอยู่ราศรีพฤกษภ มฤตยูอยู่ราศีเมถุน จันทร์ราศีกรกฎ เสาร์และพฤหัสราศีธนู ราหูศุกร์ และพุธราศีมีน

เสาหลักเมืองเป็นไม้ชัยพฤกษ์มีไม้แก่นจันทร์ประทับนอก ขนาดยาว ๑๘๗ นิ้ว
ลงรักปิดทอง มีเม็ดยอดสวมที่ปลายหลัก ภายในกลวงเป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชาตาพระนคร

มียันต์โสฬสมงคล ทำด้วยแผ่นศิลา สำหรับรองเสาหลักเมือง

มียันต์ไตรสรณคมน์ ทำด้วยแผ่นเงิน ปิดที่ปลายเสาหลักเมือง

ยันต์องครักษ์ธาตุทั้งสี่ ทำด้วยแผ่นเงิน ปิดที่ต้นเสาหลักเมือง แล้วขุดดินในพระนครจากทิศทั้งสี่
ปั้นเป็นก้อน สมมติเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ ทำพิธีใส่ลงในหลุม สำหรับฝังเสาหลักเมือง
แล้ววางแผ่นศิลาบนดินทั้งสี่ก้อน จากนั้นจึงเชิญ เสาหลักเมืองลงหลุมโดยวางบนแผ่นศิลาพระยันต์โสฬสมงคล

พระยันต์โสฬสนี้แม้แต่สมเด็จพระสังฆราชแพ
วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ

ผู้เจนจบในพระยันต์ร้อยแปด ทรงพิจารณา
แล้วเห็นว่ายันต์โสฬสมงคล

เป็นยันต์อันวิเศษเหนือกว่ายันต์ทั้งปวง
พระองค์ได้นำไปประทับในพระอุโบสถของวัดสุทัศน์ฯ
และเขียนสอดใส่ไว้ใต้หมอนหนุนศรีษะตลอดเวลา
จนกระทั่งมรณะภาพเมื่อปี พ.ศ. 2487

เทียนโสฬสมหามงคล

เทียนขี้ผึ้งศักดิ์สิทธิ์ จุดบูชาเพื่อผลแห่งพระยันต์โสฬสมหามงคล

อุปเท่ห์แห่งพระยันต์กล่าวว่า..ผู้ใดแม้มิได้พบ ถือว่าบุญน้อยเสียชาติเกิด ผู้ใดได้พบแล้วหมั่นจุดเทียนบูชา ภาวนาพระคาถา เหมือนได้ดวงแก้วสารพัดนึกพร้อมทองคำเพรชนิลจินดามหาสมบัติ ชะตาตกจะยกสูง สิ่งอุบาทว์เสนียดจัญไรจักสูญ ชีวิตจะไม่ตกต่ำ ลาภ ยศ สรรเสริญ สมบัติทรัพย์สินจะเพิ่มพูนอย่างเหลือแสน อำนาจ ราศีบารมีจะเหนือศัตรู เหนือคู่เวรเจ้ากรรมทั้งหลาย เทพ อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ครุฑ นาค ทั้ง 16 ชั้นฟ้าจะคุ้มครอง ดลบันดาล เสริมส่งหนุนดวงค้ำชะตา ฤทธานุภาพอิทธิคุณวิเศษแห่งเทียนโสฬสมหามงคลนี้ เป็นยันต์หนุนดวงบ้านดวงเมือง ค้ำคูณหนุนเสาหลักเมือง

แม้แต่สมเด็จพระสังฆราชแพผู้เจนจบในพระยันต์ร้อยแปด
ยังเห็นว่ายันต์โสฬสมงคลเป็นยันต์อันวิเศษเหนือกว่ายันต์ทั้งปวง นำไปประทับในพระอุโบสถวัดสุทัศน์ฯ
และเขียนพระยันต์นี้ใส่ไว้ใต้หมอนหนุนศรีษะตลอดเวลา จนกระทั่งมรณะภาพ

เทียนโสฬสมหามงคล เป็นเทียนฤทธิ์ ค้ำดวง
เสริมชะตาไม่ให้ตกต่ำ
ผู้ใดหมั่นจุดเทียนนี้ไว้ ดวงชะตาจะยกสูง
เกิดฤทธานุภาพแห่งจิต เสริมพุทธฤทธิ์แห่งใจ
ด้วยอาราทนาคุณแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแรงครู
มาประสิทธ์ล้อมดวงหนุนชะตาไว้
เมื่อต้องการสำเร็จในเรื่องใด ความใด ธุระ
กิจการใดๆ ให้ตั้งสัจจะอธิษฐาน

จุดเทียนโสฬสมหามงคล 109 เล่ม
ให้สำเร็จตามกำลัง

พุทธานุภาพอำนาจแห่งพระยันต์เทียน
นี้จะค้ำคูณเพิ่มพูนอำนาจ บารมี

ให้ประสบความสำเร็จได้ตามสัจจะ
วาจาอธิษฐานฤทธิ์ทุกปราการ

ยันต์เทียนโสฬสมหามงคลนี้
ผูกพระยันต์ ลงดวงชะตาแห่งเจ้าชะตาเทียนแบบเฉพาะบุคคล
ด้วยชื่อ สกุล วัน เดือน ปีเกิด
แห่งเจ้าชะตาเทียน เรียกสูตรผูกพระยันต์
ด้วยพุทธอำนาจแห่งพระคาถาโสฬสมงคล
ให้บังเกิดฤทธานุภาพพันช่อง

แจ้งละเอียดส่วนบุคคล

1. แจ้งชื่อ นามสกุล
2. แจ้งวันเดือนปีเกิด
3. เวลาเกิด ถ้าทราบให้แจ้งด้วย ถ้าไม่ทราบไม่ต้องแจ้ง
4. รูปถ่ายหน้าตรง เห็นดวงตาชัดเจนไม่ใส่แว่นตา เต็มหน้า ( จะส่งให้หรือไม่ก็ได้ตามสะดวก พระอาจารย์ท่านจะวางภาพสวดส่งเคราะห์ เสริมพุทธมนต์ สืบชะตาให้ในทุกๆวาระฤกษ์จุดเทียนบูชา )

บูชาเทียนโสฬสมหามงคลชุดทวีฤกษ์
ได้รับพระยันต์โสฬสมหามงคล
นำไปหนุนนอนใส่ไว้ใต้หมอน หรือพกติดตัวไว้
เป็นที่สุดแห่งพระยันต์หนุนดวงคุ้มครองค้ำชะตา

«۞»●วิธีจุดบูชาเทียนโสฬสมหามงคล จะได้รับพร้อมเทียนบูชา
«۞»●วิธีปฎิบัติตนในวาระฤกษ์พระอาจารย์จุดเทียนบูชาแจ้งขอรับได้ทางไลน์

ยันต์เทียนโสฬสมหามงคลนี้ เป็นมหายันต์ที่อิทธิพุทธานุภาพสูงยิ่ง เป็นมหากุศล มหาบารมีแห่งท่านที่ได้จุดบูชาเทียนนี้

`·.
พุทธธรรมและคุณค่าแห่งอักษรธรรมล้านนาที่ปรากฎในยันต์เทียน
เป็นเสมือนเพรชน้ำงามที่ซ่อนอยู่ภายในเล่มเทียนขี้ผึ้งศักดิ์สิทธิ์
มียันต์เทียนที่ประสิทธิพุทธาเวทย์แห่งครูบาอาจารย์ห่อหุ้มไว้
รอเวลา..ว่าใครจะนำไปใช้อย่างถูกต้องและบังเกิดผลตามสัจจะอธิษฐาน

พุทธานุภาพแห่งพระยันต์

ยันต์โสฬส

ยันต์โสฬสเป็นยันต์กลเลข ที่ทุกด้านเมื่อรวมกันจะได้ 34 เท่า ๆ กัน พระยันต์นี้มีการบันทึกมาแต่โบราณและมีการจารึกลงบนเสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราช ยันต์โสฬสนี้ ได้แสดงความหมายของอักขระและตัวเลขสอดคล้องกันเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา รวบรวมเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวพันกับเทวดาทั้งหลาย ตัวอักขระจารึกพระธรรมเอาไว้ ตัวเลขต่าง ๆ รวบรวมเอาหลักธรรม เทพยดาทั่วแผ่นฟ้าที่นอบน้อมบูชา กล่าวสรรเสริญคือเป็นมงคลอันสูงสุด เมื่อเราเคารพศรัทธาในยันต์นี้ ซึ่งก็คือพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและปฏิบัติตามเราก็จะได้รับความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข ประสบแต่สิ่งที่ดีงาม

ยันต์อริยสัจจ์โสฬส

มีกล่าวไว้ว่า พระคาถานี้บรรจุอยู่ในพระมหาเจดีย์ ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างเอาไว้ ภายหลังนักปราชญ์ท่านผู้รู้ทั้งหลายจึงผูกเป็นยันต์อริยสัจจ์โสฬสมงคลขึ้นฯ พระยันต์นี้มีคุณาฤทธานุภาพมาก ป้องกันบำบัดซึ่งอุปัทอันตรายทั้งปวง ก่อให้เกิดลาภ สรรพมงคล คุ้มครองป้องกันให้ได้รับความสุขสวัสดี เป็นมหาวิเศษนักแล ทั้งคงกระพัน แลเป็นมหาเมตตา สง่าบารมี ทำให้เกิดโภคทรัพย์เงินทอง ตามแต่จะใช้เถิด ยันต์นี้ใช้ได้ทุกประการ เวลาหล่อพระพุทธรูปสักการะบูชา ต้องลงพระยันต์นี้ใส่แผ่นทอง หลอมหล่อไปด้วย เพราะเป็นยอดมหายันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์นักแล

ยันต์จตุโรบังเกิดทรัพย์

ยันต์จตุโร เป็นยันต์อักษรกล เลข 1 – 9 เป็นกลยันต์ ทุกแถว ทุกมุม จะรวมกันได้ 15 เป็นกลเลขมาแต่ครั้งโบราณ เป็นทั้งหลักกลทางโหราศาสตร์ในอดีตจนถึงสถาปัตยกรรมศาสตร์ในปัจจุบัน ในทางไสยศาสตร์ถือเป็นยันต์หนุนนำความเจริญ ลาภ ยศ สิ่งที่ดีงาม ให้บังเกิดขึ้น หากพระยันต์นี้สถิตอยู่ ณ.ทีใด สถานที่นั้นจะเจริญด้วยทรัพย์สิน เงินทองทั้งปวงจะงอกเงยเพิ่มพูน พระยันต์ที่นิยมลงเดี่ยวในการตั้งเสาเอก ไว้ที่หลุมศาล พระภูมิมาแต่ครั้งโบราณ เพราะเชื่อกันว่า จะทำให้บังเกิดทรัพย์สิน เงินทอง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง พระคำภีร์กล่าวว่า ให้ใช้คู่กับตรีนิสิงเห และอริยสัจโสฬส จะลงในอาวุธ หอกดาบ ยามเข้ารบข้าศึก จะแคล้วคลาดทั้งปวง เขียนไว้ในสิ่งของ ขโมยจะลักมิได้เลย เขียนใส่แผ่นหินฝังรองไว้ ต้นไม้นั้นงอกงามแล ลงปิดประตูหน้าต่างกันโจร เขียนใส่ผ้าปักไว้หลังคาเรือน ไฟมิไหม้เรือนแล.

ยันต์ตรีนิสิงเห

ยันต์ตรีนิสิงเห เป็นยันต์กลเลข เป็นยันต์โบราณรู้จักแพร่หลายกันทั่วยุโรปและเอเชีย เชื่อกันว่าเป็นยันต์แก้กันอาถรรพณ์ สิ่งเลวร้าย ภูตผีปิศาจ สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาธรรมดา ตัวเลขที่มีปรากฏในยันต์นี้ ในทางพุทธศาสนาได้รวบรวมพระเวทย์ พระมนต์ พระคัมภีร์ เทพยดาเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ มารวมอยู่ในพระยันต์ เพื่อแสดงถึงสิ่งอันเป็นคุณค้ำจุน พระศาสนา เมื่อเราสามารถเรียนรู้ ปฏิบัติตามก็จะสามารถเข้าถึงพระพุทธศาสนา หากเราแค่รู้ แค่มองว่าเป็นแค่ยันต์ เป็นไสยศาสตร์ เป็นสิ่งทิ่ผิด เราก็จะไม่รู้ถึงรากเหง้าของพระพุทธศาสนาที่แท้จริง พระยันต์นี้ใช้ลงผ้า หรือกระดาษ ปิดเสาเรือน หรือแขวน ๘ ทิศ ก็ได้ ป้องกันภัยอันตราย ภูติผีปิศาจ ใช้ได้สารพัดแล หากนำยันต์นี้ลงคู่กับจตุโร ก็จะได้เป็นยันต์ ตรีนิสิงเหใหญ่ พุทธคุณก็เอาของ ๒ พระยันต์นี้มารวมกัน

ยันต์บารมี ๓๐ ทัศ

“สุดยอดมหายันต์” อิทธิคุณวิเศษมากมายเหลือคณานับพุทธคุณดีรอบครอบจักวาล บารมีเต็มครบบริบูรณ์ พระเวทวิชาบารมี ๓๐ ทัศ หรือพระบารมี ๓๐ ทัศ เป็นพระบารมีที่พระโพธิสัตว์ทุกๆ พระองค์ ได้ทรงบำเพ็ญบารมีมาจนกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องประกอบไปด้วย ทานบารมี ๓ ขั้น ศีลบารมี ๓ ขั้น เนกขัมมะบารมี ๓ ขั้น ปัญญาบารมี ๓ ขั้น วิริยะบารมี ๓ ขั้น ขันติบารมี ๓ ขั้น สัจจะบารมี ๓ ขั้น อธิษฐานบารมี ๓ ขั้น เมตตาบารมี ๓ ขั้น และอุเบกขาบารมี ๓ ขั้น รวมกันเป็นบารมี ๓๐ ทัศ ประสิทธิ์พระคาถา ๔ วรรค คือ ๑.อิ ติ ปา ระ มิต ตา ตึง สา (คำบารมี ๓๐ ทัศ บาทแรก) ๒.อิ ติ สัพ พัญ ญู มา คะ ตา (คำบารมี ๓๐ ทัศ บาทที่ ๒) ๓.อิ ติ โพ ทิ มะ นุป ปัตโต (คาถาบารมี ๓๐ ทัศ บาทที่ ๓) ๔.อิ ติ ปิ โส จะ เต นะโม (คาถาบารมี ๓๐ ทัศ บาทที่ ๔)

ยันต์ปิโย

ยันต์ปิโยฯ เป็นอักขระที่กล่าวถึง ความเป็นที่รักแก่เหล่าเทวดา มนุษย์ พรหม ยม ยักษ์ ครุฑ นาค ให้มีจิตยินดีในกันและกัน ให้มีความเคารพนบนอบต่อกันและกัน ความสุขก็จะบังเกิดขึ้น (ปิโยเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะมุตโม ปิโยนาคะสุปัณณานัง ปิยินทรียังนะมามิหัง ) เมื่อเราสวดมนต์บทนี้โดยระลึกถึงและปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ให้ความรัก ความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น ก็จะมีแต่มิตรสหายอันเป็นที่รัก มีแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น เราก็จะมีความสุข เป็นมหาเสน่ห์ครอบจักรวาล เป็นที่รักของเทวดาทั้งหลาย เป็นที่รักของพรหมทั้งหลาย เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลายและเป็นที่รักของนาคทั้งหลาย ครบทั้ง 3 โลก สวรรค์ มนุษย์และบาดาล มีอาณุภาพมากเป็นยันต์พุทธคุณชั้นสูง อิ ติ ปิ

ยันต์พุทธคุณถอยหลัง

ยันต์พุทธคุณก็คือ บทสวดสรรเสริญคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือบทอิติปิโส ยันต์พุทธคุณถอยหลังเป็นกลวิธีแต่ครั้งโบราณให้สวดเพื่อกลับสิ่งร้ายให้กลายเป็นดี สิ่งที่ดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งขึ้น เกิดเป็นเสน่ห์ เมตตา แก้อาถรรพณ์ยันต์นี้ยังเป็นพื้นฐานของยันต์อีกหลาย ๆ แบบ ถือเป็นกลยันต์แต่โบราณที่มีอานุภาพมาก

ยันต์ไม้เท้า

ยันต์นี้เดิมทีจะไว้ทำไม้เท้ากันภัยมาแต่โบราณ โดยใช้อานุภาพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีอานุภาพมาก เพื่อมาปกป้องคุ้มครองภยันตรายทั้งหลายที่เกิดจาก สรรพสัตว์ที่มี เขี้ยว เล็บ งา ที่มีจิตวิปลาส ตลอดทั้งคนพาลใจบาปให้ปราศนากาลไปไม่สามารถจะมาทำร้ายผู้ที่มีจิตศรัทธาและปฏิบัติดีในธรรม

ยันต์ไตรสรณะคม

ยันต์ไตรสรณะคมเป็นคำขอรับพระรัตนตรัย ของชาวพุทธที่นับถือพระพุทธศาสนาความหมายถึงการนอบน้อมขอรับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้เป็นที่พึ่งที่ระลึก เพื่อปฏิบัติในธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง เมื่อเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่ระลึกเป็นที่พึ่ง เป็นเครื่องปฏิบัติตาม เราก็จะมีแต่ความสุข ส่วนไตรสรณะคมถอยหลัง ตามคติโบราณคือว่าสามารถ บังคับ ยับยั้ง แก้ไข สิ่งชั่วร้าย สิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ได้

อิสวาสุ

อิสวาสุ คือหัวใจพระรัตนตรัย
อิ มาจาก บทพระพุทธคุณ ๕๖ คือ อิติปิโส
สวา มาจาก บทพระธรรมคุณ ๓๘ คือ สวาขาโต
สุ มาจาก บทพระสังฆคุณ ๑๔ คือ สุปะฎิปัณโน
รวมกันคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ครบองค์แห่งพระรัตนตรัย และรวมคุณแห่งเลข ก็จะได้ ๑๐๘

ยันต์มงคลจักรวาลน้อย

ยันต์มงคลจักรวาลน้อยนี้เดิมทีเป็นบทสวดมนต์ ทำน้ำพระพุทธมนต์มาแต่โบราณ คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อ น้ำมนต์ 7 วัดซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้าใจผิดอีก เมื่อดวงไม่ดีมีคนบอกให้ไปอาบน้ำมนต์ 7 วัด ก็เที่ยวไปอาบน้ำมนต์ตามวัดต่าง ๆ ถึง 7 วัด นั้นไม่ใช่ ที่ถูกต้องนั้นต้องไปอาบน้ำมนต์ มงคลจักรวาลน้อย เพื่อเป็นการล้างทุกข์ โศก โรคภัย ต่างๆ และเสริมความเป็นสิริมงคล ด้วยอำนาจแห่งการเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย

ยันต์ศาสตราโสฬส

ยันต์อาวุธ 4 ประการในตำนานพุทธ พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า มีอานุภาพอาวุธประเสริฐที่ร้ายแรงทรงอานุภาพมากที่สุดในโลกมี 4 ประการคือ

1. วชิราวุธของพระอินทราธิราช ถ้าท้าวสักกะทรงพิโรธ แล้วประหารโดยวชิราวุธ วชิราวุธนั้นก็จะชำระภูเขาสิเนรุซึ่งสูงถึงหนึ่งหมื่นแปดพันโยชน์ลงไปถึงข้างล่างได้

2. คฑาวุธของท้าวเวสสุวรรณ สามารถทำลายศีรษะของพวกยักษ์หลายพันได้ในคราวเดียว และกลับมาสู่กำมือตั้งอยู่อีกได้ พญายักษ์ทั้งหลายจึงกลัว ผีทั้งหลายจึงกลัวท้าวเวสสุวรรณ ผู้เป็นหัวหน้ายักษ์และบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลายที่ไม่อ่านต่อกรได้

3. นัยนาของพญายม ถ้าพญายมพิโรธแล้วสักว่ามองดูด้วยนัยย์ตาของท้าวพญายม พวกกุมภัณฑ์หลายพันก็จะลุกเป็นไฟพินาศสิ้น

ทุสสาวุธวุธของอาฬวกยักษ์ (ผ้าโพกหัว) ถ้าปล่อยทุสสาวุธวุธในอากาศแล้ว ฝนก็ไม่ตกตลอด 12 ปี ถ้าปล่อยในแผ่นดิน หญ้าต้นไม้ทั้งปวงจะเหี่ยวแห้งไม่งอกอีกภายใน 12 ปี ถ้าปล่อยในสมุทร น้ำทั้งหมดก็เหือดแห้ง ถ้าปล่อยในภูเขาก็จะกระจัดกระจายเป็นท่อนไม้น้อยใหญ่ไป

อาวุธทั้งสี่นี้ถือเป็นที่สุดของอนุภาคทำลาย ใช้ขับไล่อวมงคลต่างๆ

ติดต่อบูชา

LINE : @namotasa

A title

Image Box text

A title

Image Box text

A title

Image Box text